ด้วยสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ ทั่วประเทศส่งผลกระทบด้านสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชน ยังก่อให้เกิดปัญหาไฟป่าลุกลาม สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ดังนั้นต้องดำเนินมาตรการและบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเข้มงวด โดยจำแนกตามประเภทพื้นที่ดังนี้
๑ การเผาในพื้นที่เอกชน ห้ามมิให้ผู้ใดเผาในพื้นที่โล่ง ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
๒ การเผาในพื้นที่สาธารณะ ห้ามมิให้ผู้ใดเผาในพื้นที่โล่ง ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
๓ การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ห้ามมิให้ผู้ใดเผา หรือกระทำด้วยประการใดๆ ภายในระยะ ๕๐๐ เมตร จากทางเดินรถเป็นเหตุให้เกิดควัน หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่ทำให้ไม่ปลอดภัย แก่การจราจรผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท
๔ การเผาในพื้นที่ป่าไม้ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ถ้าได้กระทำเป็นเนื้อที่เกิน ๒๕ ไร่ ผู้กระทำความผิดต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ บาท
๕ การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม
การเผาในที่โล่งในพื้นที่ทั้ง ๕ ประเภท หากเกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๗ ปี และปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้ โดยประมาทและเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๗ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากการกระทำดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายในฐานความผิดละเมิด มาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์